มงคลที่1 อเสวนา จ พาลานํ - ไม่คบคนพาล
มงคลที่2 ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา - คบหาสมาคมแต่นักปราชญ์
มงคลที่3 ปูชา จ ปูชนียานํ - บูชาคนที่ควรบูชา
มงคลที่4 ปฎิรูปเทสวาโส จ - อยู่ในประเทศอันสมควร
มงคลที่5 ปุพฺเพ จ กตปุณฺญตา - เคยเป็นผู้ที่มีความดีสร้างไว้แต่ปางก่อน
มงคลที่6 อตฺตสมฺมาปณิธิ - ตั้งตนอยู่ในฐานะที่ชอบที่ควร
มงคลที่7 พาหุสจฺจญฺจ - เป็นได้ยินได้ฟังมามาก
มงคลที่8 สิปฺปญิจ - ศึกษาทางศิลปวิทยามาด้วย
มงคลที่9 วินโย จ สุสิกฺขิโต - เป็นคนเคารพระเบียบวินัย กฎหมายบ้านเมือง
มงคลที่10 สุภาสิตา จ ยา วาจา - กล่าวแต่คำที่เป็นสุภาษิต
มงคลที่11 มาตา ปิตุอุปฎฺบานํ - บำรุงเลี้ยงพ่อแม่ให้ดี
มงคลที่12,13 ปุตฺตทารสสฺส สงฺคโห - สงเคราะห์ลูกเมียตามหน้าที่
มงคลที่14 อนากุลา จ กมฺมนฺตา - ทำงานโดยไม่คั่งค้าง
มงคลที่15 ทานญฺจ - ให้ทานกับผู้ที่ควรให้
มงคลที่16 ธมฺมจริยา จ - ประพฤติตามหลักธรรม
มงคลที่17 ญาตกานญฺจ สงฺคโห - สงเคราะห์เครือญาติตามสมควร
มงคลที่18 อนวชฺชา กมฺมานิ - ทำงานสุจริตไม่ผิดศีลธรรม
มงคลที่19 อารตี วรตี ปาปา - ไม่กระทำความชั่วเลย
มงคลที่20 มชฺชปานา จ สญฺญโฒ - สำรวมในการดื่มเครื่องดองของเมา
มงคลที่21 อปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ - ไม่ประมาทในหลักธรรมทั้งหลาย
มงคลที่22 คารโว จ - มีความเคารพ
มงคลที่23 นิวาโต จ - ความไม่จองหองใคร
มงคลที่24 สนฺตฎฐี จ - มีความยินดีในทรัพย์สินของตน
มงคลที่25 กตญฺญตา - รู้จักบุญคุณผู้เคยเกื้อกูล
มงคลที่26 กาเลน ธมฺมสฺสวนํ - ฟังธรรมตามกาลที่มีโอกาส
มงคลที่27 ขนฺติ จ - มีความอดทน
มงคลที่28 โสจสฺสตา - ทำตนเป็นคนว่านอนสอนง่าย
มงคลที่29 สมณานญฺจ ทสฺสนํ - พบปะสมณชีพราหมณ์เสมอ
มงคลที่30 กาเลน ธมฺมสากจฺฉา - หาเวลาเจรจาธรรมกับคนทั่วไป
มงคลที่31 ตโป จ - บำเพ็ญเพียรเพื่อให้กิเลสเบาบาง
มงคลที่32 พรหฺมจริยญฺจ - ประพฤติตนตามหลักธรรมอันประเสริฐ
มงคลที่33 อริยสจฺจาน ทสฺสนํ - เห็นหลักธรรมตามที่เป็นจริงอันสูง
มงคลที่34 นิพฺพานสจฉิกิริยา จ - มองเห็นทางดับกิเลสขั้นสุดยอดได้
มงคลที่35 ผุฎฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ - ไม่มีจิตหวั่นไหวไปตามโลกธรรม 8
มงคลที่36 อโสกํ - มีจิตไม่โศรกเศร้า
มงคลที่37 วริชํ - มีจิตใจปราศจากกิเลสธุลี
มงคลที่38 เขมํ - มีจิตเกษมสำราญ
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เทศน์มหาชาติ เวสสันดรชาดก
>>กัณฑ์ทศพร
เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วเสด็จไปเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร ต่อจากนั้นเสด็จไปโปรดพุทธบิาและพระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ เกิดฝนโบกขรพรรษ พระสงค์สาวกกราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงเรื่องมหาเวสสันดรชาดก เริ่มตั้งแต่เมื่อกัปที่ 98 นับแต่ปัจจุบัน พระนางผุสดีซึ้งจะทรงเป็นพระมารดาของพระเวสสันดร ทรงอธิษฐานขอเป็นมารดาของผู้มีใจบุญจบลงตอนพระนางได้รับพร 10 ประการจากพระอินทร์ อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ ผู้นั้นจะได้รับทรัพย์สมบัติดังปรารถนา ถ้าเป็นสตรีจะได้สามีที่เป็นที่ชอบเนื้อเจริญใจ บุรุษจะได้ภรรยาเป็นที่ต้องประสงค์อีกเช่นเดียวกันจะได้บุตรหญิงชายเป็นคนว่านอนสอนง่าย มีรูปร่างที่งดงาม มีความประพฤติดีกริยาเรียบร้อย>>
>>กัณฑ์หิมพานต์
พระเวสสันดรทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสัญชัยกับพระนางผุสดี แห่งแคว้นสีวีราษฎร์ประสูติที่ตรอกพ่อค้า เมื่อพระเวสสันดรได้รับเวนราชสมบัติจากพระบิดา ได้พระราชทานช้างปัจจัยนาเคนทร์แก่กษัตริย์แคว้นกลิงคราชฎร์ ประชาชนไม่พอใจ พระเวสสันดรจึงถูกพระราชบิดาเนรเทศไปอยู่ป่าหิมพานต์ อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ ย่อมได้สิ่งที่ปรารถนาทุกประการ ครั้นตายแล้วได้บังเกิดในสุคติโลกสวรรค์เสวยสมบัติอันมโหฬาร มีบริวารแวดล้อมบำรุงบำเรออยู่เป็นนิตย์จุติจากสวรรค์แล้ว จะลงมาเกิดในตระกูลขัตติยะมหาศาลหรือตระกูลพราหมณ์มหาศาลอันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมายนานาประการจะประมาณมิได้ ประกอบด้วยการสบายใจทุกอิริยาบถ
>>กัณฑ์ทานกัณฑ์
ก่อนเสด็จไปอยู่ป่า พระเวสสันดรได้พระราชทานสัตสดก มหาทาน คือช้าง ม้า รถ ทาสชาย ทาสหญิง โคนม และ นางสนม อย่างละ 700 อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะบริบูรณ์ด้วยแก้วแหวยนเงินทองทาส ทาสี และสัตว์ 2 เท้า 4 เท้า ครั้นตายแล้วจะได้ไปเกิดในฉกาพจรสวรรค์มีนางเทพอัปสรแวดล้อมมากมายเสวยสุขในปราสาทแล้วด้วยแก้ว 7 ประการ
>>กัณฑ์วนปเวสน์
พระเวสสันดรทรงพระนางมัทรีและพระชาลี ( โอรส ) พระกัณหา (ธิดา ) เสด็จจากเมืองผ่านแคว้น เจตราษฎร์ จนเสด็จถึงเขาวงกตในป่าหิมพานต์ อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้รับความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้าจะได้เป็นบรมกษัตริย์ในชมพูทวีป เป็นผู้ทรงปรีชาเฉลียวฉลาดสามาร๔ปราบอริราชศัตรูให้ย่อยยับไป
>>กัณฑ์ชูชก
ชูชกพราหมณ์ ขอทานได้นางอมิตตาบุตรสาวของเพื่อนเป็นภรรยา นางใช้ให้ชูชกไปของสองกุมาร ชูชกเดินทางไปสืบข่าวในแคว้นสีวีราษฎณ์ สามารถหลบหลีกการทำร้ายของชาวเมือง พบพรานเจตบุตรลวงพรานเจตบุตรให้บอกทางไปยังเขาวงกต อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้บังเกิดในตระกูลกษัตริยบ์ ประกอบด้วยสมบัติอันงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะเจรจาปราศรัยก็ไพเราะเสนาะโสต แม้จะได้สามีภรรยา และบุตรธิดาก็ล้วนแต่มีรูปทรงงดงามสอนง่าย
>>กัณฑ์มหาพน
ชูชกลวงอัจจุตฤาษี ให้บอกทางผ่านป่าไม้ใหญ่ไปยังที่ประทับของพระเวสสันดร อานิสงค์ของผ้บูชากัณฑ์นี้คือ จะเสวยสมบัติใดในดาวดึงส์เทวโลกนั้นแล้ว จะได้ลงมาเกิดเป็นกษัตริย์มหาศาล มีทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมี อุทยานและสระโบกขรณีที่เป็นประพาส เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยด้วยศักดานุภาพเฟื่องฟุ้งไปทั่วชมพูทวีป อีกทั้งจักได้เสวยอาหารทิพย์เป็นนิตย์นิรันดร
>>กัณฑ์กุมาร
ชูชกทูลขอสองกุมาร ทุบตีสองกุมารเฉพาะพระพักตร์พระเวสสันดร แล้วพาออกเดินทาง อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ ย่อมประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ครั้นตายไปแล้วได้เกิดในฉกามาพจรสวรรค์ในสมัยที่พระศรีอาริยาเมตไตรมาอุบัติก็จะได้พบศาสนาของพระองค์ จะได้ถือปฏิสนธิในตระกูลกษัตริย์ ตลอดจนได้สดับตรับฟังพระสัทธรรมเทศนาของพระองค์ แล้วบรรลุพระอรหัตตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้ง 4 ด้วยบุญราศีที่ได้อบรมไว้
>>กัณฑ์มัทรี
พระนางมัทรีเสด็จกลับจากหาผลไม้ในป่าออกติดตสมสองกุมารตลอดทั้งคืน จนถึงทรงงิสัญญี ( สลบ ) เฉพาะพระพักตร์พระเวสสันดร เมื่อทรงฟื้นแล้วพระเวสสันดรตรัสเล่าความจริงเกี่ยวกับสองพระกุมาร พระนางทรงอนุโมทธนาด้วย อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ เกิดในโลกหน้าจะเป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติเป็นผู้มีอายุยืนยาวทั้งประกอบด้วยรูปโฉมงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะไปในที่ใดๆก็จะมีแต่ความสุขทุกแห่งหน
>> กัณฑ์สักกบรรณ
พระอินทร์พระเกรงว่าจะมีผู้มาขอพระนางมัทรีจึงแปลงเป็นพราหมณ์ชรามาทูลขอพระนางมัทรีแล้วฝากไว้กับพระเวสสันดร อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะเป็นผ้ที่เจริญด้วยลาภยศตลอดจนจตุรพิธพรทั้ง 4 คืออายุวรรณธ สุขะ พละ ตลอดกาล
>>กัณฑ์ฉกษัตริย์
กษัตริย์แคว้นถลิงราชย์ทรงคืนช้างปัจจัยนาเคนทร์ พระเจ้ากรุงสญชัย พระนางผุสดี พระชาลี พระกัณหา เสด็จไปทูลเชิญพระเวสสันดร พระนางมัทรีกลับพระนคร เมื่อกษัตริย์ทั้งหกพระองค์ทรงพบกันก็ทรงวิสัญญี ต่อมาฝนโบกขรพรรษตกจึงทรงฟื้นขึ้น อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้เป็นผู้ที่เจริญด้วยพร 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกๆชาติแล
>>กัณฑ์นครกัณฑ์
กษัตริย์หกพระองค์เสด็จกลับพระนคร พระเวสสันดรได้ครองราชย์ดังเดิม บ้านเมืองสมบูรณ์พูนสุข อาณิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้เป็นผู้บริบูรณ์ด้ยวงคาคณาญาติข้าทาสชาย-หญิง ธิดา สามี หรือบิดามารดา เป็นต้นอยู่พร้อมหน้ากันด้วยความผาสุก ปราศจากดรคาพาธทั้งปวง จะทำการใดๆก็พร้อมเพียงกันยังการงานนั้นๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วเสด็จไปเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร ต่อจากนั้นเสด็จไปโปรดพุทธบิาและพระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ เกิดฝนโบกขรพรรษ พระสงค์สาวกกราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงเรื่องมหาเวสสันดรชาดก เริ่มตั้งแต่เมื่อกัปที่ 98 นับแต่ปัจจุบัน พระนางผุสดีซึ้งจะทรงเป็นพระมารดาของพระเวสสันดร ทรงอธิษฐานขอเป็นมารดาของผู้มีใจบุญจบลงตอนพระนางได้รับพร 10 ประการจากพระอินทร์ อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ ผู้นั้นจะได้รับทรัพย์สมบัติดังปรารถนา ถ้าเป็นสตรีจะได้สามีที่เป็นที่ชอบเนื้อเจริญใจ บุรุษจะได้ภรรยาเป็นที่ต้องประสงค์อีกเช่นเดียวกันจะได้บุตรหญิงชายเป็นคนว่านอนสอนง่าย มีรูปร่างที่งดงาม มีความประพฤติดีกริยาเรียบร้อย>>
>>กัณฑ์หิมพานต์
พระเวสสันดรทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสัญชัยกับพระนางผุสดี แห่งแคว้นสีวีราษฎร์ประสูติที่ตรอกพ่อค้า เมื่อพระเวสสันดรได้รับเวนราชสมบัติจากพระบิดา ได้พระราชทานช้างปัจจัยนาเคนทร์แก่กษัตริย์แคว้นกลิงคราชฎร์ ประชาชนไม่พอใจ พระเวสสันดรจึงถูกพระราชบิดาเนรเทศไปอยู่ป่าหิมพานต์ อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ ย่อมได้สิ่งที่ปรารถนาทุกประการ ครั้นตายแล้วได้บังเกิดในสุคติโลกสวรรค์เสวยสมบัติอันมโหฬาร มีบริวารแวดล้อมบำรุงบำเรออยู่เป็นนิตย์จุติจากสวรรค์แล้ว จะลงมาเกิดในตระกูลขัตติยะมหาศาลหรือตระกูลพราหมณ์มหาศาลอันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมายนานาประการจะประมาณมิได้ ประกอบด้วยการสบายใจทุกอิริยาบถ
>>กัณฑ์ทานกัณฑ์
ก่อนเสด็จไปอยู่ป่า พระเวสสันดรได้พระราชทานสัตสดก มหาทาน คือช้าง ม้า รถ ทาสชาย ทาสหญิง โคนม และ นางสนม อย่างละ 700 อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะบริบูรณ์ด้วยแก้วแหวยนเงินทองทาส ทาสี และสัตว์ 2 เท้า 4 เท้า ครั้นตายแล้วจะได้ไปเกิดในฉกาพจรสวรรค์มีนางเทพอัปสรแวดล้อมมากมายเสวยสุขในปราสาทแล้วด้วยแก้ว 7 ประการ
>>กัณฑ์วนปเวสน์
พระเวสสันดรทรงพระนางมัทรีและพระชาลี ( โอรส ) พระกัณหา (ธิดา ) เสด็จจากเมืองผ่านแคว้น เจตราษฎร์ จนเสด็จถึงเขาวงกตในป่าหิมพานต์ อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้รับความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้าจะได้เป็นบรมกษัตริย์ในชมพูทวีป เป็นผู้ทรงปรีชาเฉลียวฉลาดสามาร๔ปราบอริราชศัตรูให้ย่อยยับไป
>>กัณฑ์ชูชก
ชูชกพราหมณ์ ขอทานได้นางอมิตตาบุตรสาวของเพื่อนเป็นภรรยา นางใช้ให้ชูชกไปของสองกุมาร ชูชกเดินทางไปสืบข่าวในแคว้นสีวีราษฎณ์ สามารถหลบหลีกการทำร้ายของชาวเมือง พบพรานเจตบุตรลวงพรานเจตบุตรให้บอกทางไปยังเขาวงกต อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้บังเกิดในตระกูลกษัตริยบ์ ประกอบด้วยสมบัติอันงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะเจรจาปราศรัยก็ไพเราะเสนาะโสต แม้จะได้สามีภรรยา และบุตรธิดาก็ล้วนแต่มีรูปทรงงดงามสอนง่าย
>>กัณฑ์มหาพน
ชูชกลวงอัจจุตฤาษี ให้บอกทางผ่านป่าไม้ใหญ่ไปยังที่ประทับของพระเวสสันดร อานิสงค์ของผ้บูชากัณฑ์นี้คือ จะเสวยสมบัติใดในดาวดึงส์เทวโลกนั้นแล้ว จะได้ลงมาเกิดเป็นกษัตริย์มหาศาล มีทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมี อุทยานและสระโบกขรณีที่เป็นประพาส เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยด้วยศักดานุภาพเฟื่องฟุ้งไปทั่วชมพูทวีป อีกทั้งจักได้เสวยอาหารทิพย์เป็นนิตย์นิรันดร
>>กัณฑ์กุมาร
ชูชกทูลขอสองกุมาร ทุบตีสองกุมารเฉพาะพระพักตร์พระเวสสันดร แล้วพาออกเดินทาง อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ ย่อมประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ครั้นตายไปแล้วได้เกิดในฉกามาพจรสวรรค์ในสมัยที่พระศรีอาริยาเมตไตรมาอุบัติก็จะได้พบศาสนาของพระองค์ จะได้ถือปฏิสนธิในตระกูลกษัตริย์ ตลอดจนได้สดับตรับฟังพระสัทธรรมเทศนาของพระองค์ แล้วบรรลุพระอรหัตตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้ง 4 ด้วยบุญราศีที่ได้อบรมไว้
>>กัณฑ์มัทรี
พระนางมัทรีเสด็จกลับจากหาผลไม้ในป่าออกติดตสมสองกุมารตลอดทั้งคืน จนถึงทรงงิสัญญี ( สลบ ) เฉพาะพระพักตร์พระเวสสันดร เมื่อทรงฟื้นแล้วพระเวสสันดรตรัสเล่าความจริงเกี่ยวกับสองพระกุมาร พระนางทรงอนุโมทธนาด้วย อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ เกิดในโลกหน้าจะเป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติเป็นผู้มีอายุยืนยาวทั้งประกอบด้วยรูปโฉมงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะไปในที่ใดๆก็จะมีแต่ความสุขทุกแห่งหน
>> กัณฑ์สักกบรรณ
พระอินทร์พระเกรงว่าจะมีผู้มาขอพระนางมัทรีจึงแปลงเป็นพราหมณ์ชรามาทูลขอพระนางมัทรีแล้วฝากไว้กับพระเวสสันดร อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะเป็นผ้ที่เจริญด้วยลาภยศตลอดจนจตุรพิธพรทั้ง 4 คืออายุวรรณธ สุขะ พละ ตลอดกาล
>>กัณฑ์ฉกษัตริย์
กษัตริย์แคว้นถลิงราชย์ทรงคืนช้างปัจจัยนาเคนทร์ พระเจ้ากรุงสญชัย พระนางผุสดี พระชาลี พระกัณหา เสด็จไปทูลเชิญพระเวสสันดร พระนางมัทรีกลับพระนคร เมื่อกษัตริย์ทั้งหกพระองค์ทรงพบกันก็ทรงวิสัญญี ต่อมาฝนโบกขรพรรษตกจึงทรงฟื้นขึ้น อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้เป็นผู้ที่เจริญด้วยพร 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกๆชาติแล
>>กัณฑ์นครกัณฑ์
กษัตริย์หกพระองค์เสด็จกลับพระนคร พระเวสสันดรได้ครองราชย์ดังเดิม บ้านเมืองสมบูรณ์พูนสุข อาณิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้เป็นผู้บริบูรณ์ด้ยวงคาคณาญาติข้าทาสชาย-หญิง ธิดา สามี หรือบิดามารดา เป็นต้นอยู่พร้อมหน้ากันด้วยความผาสุก ปราศจากดรคาพาธทั้งปวง จะทำการใดๆก็พร้อมเพียงกันยังการงานนั้นๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553
Poem ของ Paul
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553
ชีว[ วิทยา] อีกแว้ว
เห้อ..ช่วงนี้งานเยอะจัง มีสอบก้อบ่อย ม่ายได้แร้วเราต้องรีบงานหนังสือ วันนี้เรียนชีวะได้ผ่าหัวใจหมูได้ล่ะ<หนุกดี>
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553
ดีพอหรือพอดี >>32 ธันวา<<

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ไปดูหนังกับเพื่อน..โหยยสนุกมากๆ เรื่องนี้เป็นหนังที่สนุกสุดๆเเพราะทั้งตลกและแฝงแง่คิดดีๆที่ทำเอาซึ้< นึ่งข้าวเหนียว> มากๆถ้ามีโอกาสอยากกลับไปดูอีกสักรอบ เห้อ อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะสอบแล้ว เครียดๆๆ แต่ชีวิตก๊เปงอย่างนี้ล่ะ สู้สู้ มีประโยคที่โดนใจแบบเยอะมากและมีนักแสดงตลกสบทบมากมาย
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันปีใหม่ของพวกเรา 4/2
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Merry คริสต์มาส

วันนี้เมื่อตอนเป็นเด็กๆจำได้ว่า ซานตาครอสจาเอาของขวัญมาให้ที่ปลายเตียงด้วยล่ะ..ตื่นเต้นๆแต่ที่ไหนได้ซานตาครอสที่เราเข้าใจทีแท้ก้อคืแคงแม่คุงแม่นี่เอง55+ ก้อใครจารักเราเท่ากับท่านไม่มีอีกแล้ว..รู้เช่นนี้แล้วต้องตั้งใจเรียนหนังสือล่ะ สู้สู้เพื่อนๆ เราจะยึดคติที่ว่า...<รัยหว่า>
การเรียนแม้เหนื่อยยาก ยอมลำบากอย่าท้อถอย
สุดทางที่รอคอย คืออนาคตอันงดงาม
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Chrismas ที่รอคอย

วันที่ 25 ธันวาคมเปงวันคริสต์มาสเรามารู้ประวัติของวันคริสต์มาสกันเร้ย
คริสต์มาสคือ การฉลองการบังเกิดของพระเยซูที่เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" คำว่า "Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี 1038 และคำนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ในภาษาไทย "คริสต์มาส" ก็มีความหมายเช่นกัน คำว่า "มาส" แปลว่า "เดือน"เทศกาลคริสต์มาสจึง เป็นเดือนที่เราระลึกถึงพระเยซูคริสต์เจ้าเป็นพิเศษ คำว่า"มาส" คือ"ดวงจันทร์" ตีความหมายในภาษาไทยคือพระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลกเหมือนดวงจันทร์ เป็นความสว่างในตอนกลางคืน Merry X'mas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า"สันติสุขและความสงบทางใจ" คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่นขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ ถือเอาประเพณีของชนในท้องถิ่นนั้น มาประยุกต์เข้ากับศาสนา โดยจัดให้มีการฉลองเพื่อระลึก ถึงการบังเกิดของพระเยซูที่เขายกย่องเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศประเพณี นี้ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษ ที่ 4 และ ค่อยๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป ประวัติ....ซานตาคลอสวันคริสต์มาสนี้เริ่มตั้งแต่คริสตวรรษที่4 มีนักบุญคนหนึ่งชื่อ "นิโคลาส " หรือ "เซนต์นิโคลาส" ท่านเป็นนักบุญ ตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเป็นเด็กหนุ่มก็ได้รับแต่งตั้งเป็นสังฆราชแห่งแคว้นไมรา ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกีท่านได้กลายเป็นนักบุญอุปถัมถ์ประจำชีวิตเด็ก เด็กในประเทศอังกฤษ จะเรียกคุณตาใจดีว่า "คุณพ่อแห่งวันคริสต์มาส" ( Father Christmas ) เด็กเยอรมันนีเรียกว่า "ญาติแห่งพระคริสต์ " ( Christ Child ) เด็กชาวดัชท์เรียกว่า "ซาน นิโคลาส" หรือ "Sankt Klous"ในที่สุดกลายเป็น "ซานตาคลอส" ติดปากเด็กๆทั่วโลก ในปี ค.ศ. 1866 นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน ชื่อ โธมัส แนส เป็นคนแรกที่วาดภาพของซานตาคลอสขึ้นมาลักษณะเหมือนที่เรา เห็นทุกวันนี้ ลงพิมพ์ในหนังสือ "Horpers Weekly"เป็นครั้งแรกใบหน้าของซานตาคลอสเป็นสีแดงอมชมพูเหมือนกลีบกุหลาบ จมูกแดงเหมือนผลเชอรี่สุก นัยน์ตาสุกใสเป็นประกาย หนวดเคราสีขาวท่าทางใจดี ถึงแม้ซานตาคลอสจะเป็นเพียงตำนานที่เกิดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสก็ตาม แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ที่รวมเอาวิญญาณและความหมายของคริสต์มาสไว้อย่างมากมาย คือความปิติยินดีชื่นชม ความโอบอ้อมอารี ความรัก และความเป็นกันเอง
วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
คำมีคม (จากพระมหาสมปอง)

วันนี้มีความสุขอยากแบ่งปันธรรมะดีๆให้กับเพื่อนๆลองอ่านกันดูน้า ดีมากๆเลย
1.ถ้าไม่มีใครยอมยื่นมือมาช่วยเหลือโยม จงอย่าลืมว่ายังเหลืออีกหนึ่ง ตรงปลายแขนโยมเอง ที่พร้อมช่วยเสมอ
2.ชีวิตเหมือนบันได ที่ยิ่งไต่สูงขึ้น ก็ยิ่งเห็นทิวทัศน์กว้างขึ้น
3.ชีวิตไม่ใช่คำถามที่มีคำตอบ แต่เป็นเหตุการณ์ที่มีประสบการณ์
4.อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ร่วมมิตรให้ระวังวาจา
5.ชื่อเสียงต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ แต่ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ที่จะทำให้มันกลายเป็นชื่อเสียได้
6 คำถามที่โง่ที่สุด คือคำถามที่ไม่ได้ถาม
7.อินา ทานัง ทุกขังโลเก การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก
8.จะก้าวกระโดดได้ไกลขึ้น โยมต้องถอยหลังก่อน
9.เลื่อนตัวเอง แต่อย่าลดคนอื่นลง
10.ฆ่าเวลา เป็นการฆ่าตกรรมโอกาสดีๆ
11.ความสามารถทำให้โยมไปถึงจุดสุดยอด แต่ความอ่อนน้อมทำให้โยมอยู่จุดนั้นได้นานที่สุด
12. ครูเป็นผู้ที่เปิดประตู แต่นักเรียนต้องเดินเข้าไปเอง
13.ความสุขเกิดกับตัวเองได้ หากทำให้เกิดกับผู้อื่นก่อน
1.ถ้าไม่มีใครยอมยื่นมือมาช่วยเหลือโยม จงอย่าลืมว่ายังเหลืออีกหนึ่ง ตรงปลายแขนโยมเอง ที่พร้อมช่วยเสมอ
2.ชีวิตเหมือนบันได ที่ยิ่งไต่สูงขึ้น ก็ยิ่งเห็นทิวทัศน์กว้างขึ้น
3.ชีวิตไม่ใช่คำถามที่มีคำตอบ แต่เป็นเหตุการณ์ที่มีประสบการณ์
4.อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ร่วมมิตรให้ระวังวาจา
5.ชื่อเสียงต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ แต่ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ที่จะทำให้มันกลายเป็นชื่อเสียได้
6 คำถามที่โง่ที่สุด คือคำถามที่ไม่ได้ถาม
7.อินา ทานัง ทุกขังโลเก การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก
8.จะก้าวกระโดดได้ไกลขึ้น โยมต้องถอยหลังก่อน
9.เลื่อนตัวเอง แต่อย่าลดคนอื่นลง
10.ฆ่าเวลา เป็นการฆ่าตกรรมโอกาสดีๆ
11.ความสามารถทำให้โยมไปถึงจุดสุดยอด แต่ความอ่อนน้อมทำให้โยมอยู่จุดนั้นได้นานที่สุด
12. ครูเป็นผู้ที่เปิดประตู แต่นักเรียนต้องเดินเข้าไปเอง
13.ความสุขเกิดกับตัวเองได้ หากทำให้เกิดกับผู้อื่นก่อน
วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552
i am happy
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สะวีดัด ปราจีนบุรี
วันนี้สุขใจจังได้ไปทำบุญให้คุณปู่คุณย่าที่อำเภอศรีมโหสถด้วย เด็กๆที่วัดน่ารักมากๆเลย แต่ง่วงมากเพราะต้องเดินทางตั้งแต่เช้ามืดจนสว่าง แต่สุขใจมากๆเลยล่ะถึงจะได้ไปเยี่ยมปีละครั้งแต่ก้อยังดี ไว้ปีหน้าหนูจะไปเยี่ยมใหม่นะคะ..
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552
พรุ่งนี้วันพ่อ ..พ่อจ๋า หนูร๊ากพ่อ
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
50 คำคมดีๆ รวมไว้ที่นี่แล้ว

1.คาดหวังให้สูงเข้าไว้และแน่นอนว่าต้องเตรียมใจที่จะพบกับความผิดหวังด้วย
2.ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
3.ถ้าเชื่อว่าไม่แพ้ เราก็จะไม่แพ้
4.คนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้
5.อุปสรรคล้วนเป็นยาขม ไม่มีใครอยากลิ้มลอง แต่ขึ้นชื่อว่ายาขม ส่วนใหญ่มักเป็นยาดีเสมอ
6.ขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้ความสุขในคราวต่อมาเป็นความสุขที่แท้จริง
7.เพื่ออะไรกับการรอคอยที่ไม่มีความหมาย
8.ยิ่งบทเรียนยากขึ้นเท่าไหร่ ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น
9.กุหลาบไร้หนามมีเพียงมิตรภาพเท่านั้น
10.อย่ากังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้คำนึงถึงสิ่งที่กำลังทำ
11.แม้แต่นิ้วของคนเรายังยาวไม่เท่ากัน นับประสาอะไรกับความยั่งยืนของชีวิต
12.โลกใบนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ถ้าไม่ออกเดินทางก็ไม่มีวันค้นพบ
13.ไม่มีใครสะดุดภูเขาล้ม มีแต่สะดุดก้อนหินล้ม
14.ไม่มีใครเข้มแข็งตลอดไปและไม่มีใครอ่อนแอตลอดกาล
15.บางครั้งเราก็เหมือนคนตาบอดมีวิธีเดียวที่จะพาเรามุ่งหน้าไปได้คือการคลำทางเดินหน้าต่อไป
16.อย่าเกลียดน้ำตาเพราะมันคือเพื่อนแท้ อย่าเกลียดความอ่อนแอเพียงเพราะมันไม่ใช่ความเข้มแข็ง
17.มีเพียงชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่นเท่านั้นที่ควรค่าแก่การมีชีวิต
18.ทุกอย่างมีค่าเสมอ อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าไม่ควรจะทำมันอีก
19.คนฉลาดย่อมไม่นำแต่ตาม ย่อมไม่พูดแต่ฟัง
20.ทุกคนได้ยินในสิ่งที่คุณพูด ต่เพื่อนที่ดีที่สุดจะได้ยินแม้ในสิ่งที่คุณไม่ได้พูด
21.อวดโง่ดีกว่าอวดฉลาด
22.คนที่ว่าคนอื่นโง่ บุคคลนั้นโง่ยิ่งกว่า คนที่ว่าคนอื่นฉลาด บุคคลนั้นคือผู้ฉลาดอย่างแท้จริง
23.ฝันได้แต่อย่าหวัง
24.เรียนรู้ที่จะแพ้อย่างผู้ชนะ แล้วจะรู้จักกับคำว่าชัยชนะที่แท้จริง
25.นักปราชญ์ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด
26.ความยึดถือคือความเจ็บปวด
27.พระเจ้าไม่ได้รักเรามากกว่าคนอื่น และไม่ได้รักคนอื่นมากกว่าเรา
28.อุปสรรคคือแบบทดสอบของชีวิต
29.ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต
30.สิ่งร้ายๆจะมาพร้อมกับสิ่งดีๆเสมอ
31.โลกใบนี้ยังมีมุมดีๆให้มอง
32.ตัวเรายังไม่ได้ดั่งใจเรา แล้วคนอื่นจะเป็นได้อย่างไร
33.ถนนบางสายไกลหน่อยแต่ก็ยังมีวันถึง
34.แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง แต่งใจด้วยความดี
35.ความเจ็บปวดทำให้หัวใจแข็งแกร่ง
36.เดินคนเดียวอาจไม่รู้สึกดีอะไร แต่อย่างน้อยก็มีที่แกว่งแขนมากขึ้น
37.ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าเดิม
38.ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เพราะทุกปัญหาแก้ไขได้
39.ถ้าไม่ลองก้าวจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองวิ่งได้
40.ตึกสูงระฟ้ามาจากก้อนอิฐ
41.ใช้ชีวิตอยู่กับความจริง ยอมรับสิ่งที่เป็น มองเห็นข้อดีคนอื่น หยัดยืนด้วยขาตัวเอง
42.เราจะรู้รสชาติของความสุขก็ต่อเมื่อเราผ่านความทุกข์มาก่อน
43.ปัญหามีไว้แก้ และต้องแก้ด้วยตัวเองไม่ใช่ยืมมือคนอื่นมาแก้
44.จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์คือความเชื่อใจ
45.ทุกคนมีคุณค่าเพียงแต่มีโอกาสแสดงคุณค่าไม่เท่ากัน
46.บางทีการได้เจอปัญหามันก็ดีเหมือนกัน
47.สิ่งที่ผ่านมาแล้วจะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก
48.ไม่ว่าใครจะตายหรือหายไป สุดท้ายโลกก็ยังหมุนต่ออยู่ดี
49.น้ำตาให้ได้แค่ความเห็นใจ
50.ในการที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใดทุกครั้งควรคิดถึงจุดจบด้วย
วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ไม่ท้อ (*^_^*) ไม่ทุกข์ จ้า

ในช่วงเวลาที่เกิดความทุกข์.. ไม่สบายใจ..สับสน..วุ่นวาย..กับเรื่องราวต่าง ๆ กับปัญหาต่าง ๆ ที่ประเดประดังเข้ามาในชีวิต
เพียงมีใคร..คนหนึ่ง.. ที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา อดทนอีกสักนิด..แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น..
แต่ก็มีใครอีกหลาย ๆ คน พอประสบกับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต.. ในรูปแบบแตกต่างกัน.. ก็มักคิดท้อแท้..กลายเป็นท้อถอยไป.. เพียงเพราะไม่มีความอดทน..

ความทุกข์.. มักกลัวคนที่ไม่ยอมแพ้..
ความทุกข์.. มักชอบฝังตัวอยู่กับคนอ่อนแอ..
คนที่ไม่ยอมแพ้ จะเรียนรู้ความทุกข์อย่างเข้าใจ เพราะคิดว่า.. ความทุกข์ คือ..เพื่อนสนิท.. ที่มาทดลอง..ฝึกให้จิตใจของเราเข้มแข็ง..
แต่สำหรับคนที่ท้อแท้.. เขาจะชอบเรียนรู้..ความสุข..ว่าเป็นอย่างไร มีลักษณะนิสัยอย่างไร.. พร้อมยินดีที่จะคบหากับความสุขตลอดเวลา..
หารู้ไม่ว่า.. ความสุข..ความสบาย.. คือ..ศัตรูของคนที่ท้อแท้.. เพราะจะให้ความสุขในเบื้องต้น.. แล้วจะให้ความทุกข์ในเบื้องปลาย..
เพราะฉะนั้น.. เราจงมาเรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับความสุข-ความทุกข์ ในทุก ๆ เวลาที่เกิดความท้อแท้..กันดีกว่า..
เพื่อนสนิท.. ของคนที่ไม่ท้อแท้..คือ..ความทุกข์ ส่วนเพื่อนจอมปลอม.. ของคนที่ท้อแท้..คือ..ความสุข..
เพราะอะไร ??
เหตุผล..เพราะว่า.. เวลาที่เรามีความสุข.. เราก็มักจะเพลิดเพลิน..หลงใหล..ไปกับความสุข พอเจอความทุกข์..ก็รู้ไม่เท่าทัน..
แต่สำหรับคนที่ไม่ท้อแท้.. ไม่ว่าจะเจอความทุกข์ในรูปแบบใด เขาก็พร้อมที่จะเรียนรู้..และอยู่กับมันได้อย่างเข้าใจ..
รู้สุข – รู้ทุกข์
แล้วปล่อยวาง..ไม่ยึดติดในสุข – ทุกข์
เรียนรู้และเข้าใจทั้งสุขและทุกข์
นั่นแหละ..
เราจึงจะเข้าใจถึงความรู้สึกที่ปราศจากสุขและทุกข์
คือ..วาง..ว่างเปล่า..นั่นเอง..
เพียงมีใคร..คนหนึ่ง.. ที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา อดทนอีกสักนิด..แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น..
แต่ก็มีใครอีกหลาย ๆ คน พอประสบกับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต.. ในรูปแบบแตกต่างกัน.. ก็มักคิดท้อแท้..กลายเป็นท้อถอยไป.. เพียงเพราะไม่มีความอดทน..

ความทุกข์.. มักกลัวคนที่ไม่ยอมแพ้..
ความทุกข์.. มักชอบฝังตัวอยู่กับคนอ่อนแอ..
คนที่ไม่ยอมแพ้ จะเรียนรู้ความทุกข์อย่างเข้าใจ เพราะคิดว่า.. ความทุกข์ คือ..เพื่อนสนิท.. ที่มาทดลอง..ฝึกให้จิตใจของเราเข้มแข็ง..
แต่สำหรับคนที่ท้อแท้.. เขาจะชอบเรียนรู้..ความสุข..ว่าเป็นอย่างไร มีลักษณะนิสัยอย่างไร.. พร้อมยินดีที่จะคบหากับความสุขตลอดเวลา..
หารู้ไม่ว่า.. ความสุข..ความสบาย.. คือ..ศัตรูของคนที่ท้อแท้.. เพราะจะให้ความสุขในเบื้องต้น.. แล้วจะให้ความทุกข์ในเบื้องปลาย..
เพราะฉะนั้น.. เราจงมาเรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับความสุข-ความทุกข์ ในทุก ๆ เวลาที่เกิดความท้อแท้..กันดีกว่า..
เพื่อนสนิท.. ของคนที่ไม่ท้อแท้..คือ..ความทุกข์ ส่วนเพื่อนจอมปลอม.. ของคนที่ท้อแท้..คือ..ความสุข..
เพราะอะไร ??
เหตุผล..เพราะว่า.. เวลาที่เรามีความสุข.. เราก็มักจะเพลิดเพลิน..หลงใหล..ไปกับความสุข พอเจอความทุกข์..ก็รู้ไม่เท่าทัน..
แต่สำหรับคนที่ไม่ท้อแท้.. ไม่ว่าจะเจอความทุกข์ในรูปแบบใด เขาก็พร้อมที่จะเรียนรู้..และอยู่กับมันได้อย่างเข้าใจ..
รู้สุข – รู้ทุกข์
แล้วปล่อยวาง..ไม่ยึดติดในสุข – ทุกข์
เรียนรู้และเข้าใจทั้งสุขและทุกข์
นั่นแหละ..
เราจึงจะเข้าใจถึงความรู้สึกที่ปราศจากสุขและทุกข์
คือ..วาง..ว่างเปล่า..นั่นเอง..
วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เทคนิคเพิ่มพื้นที่ความจำให้กับสมอง

วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับสมองมาฝากกันสำหรับคนชอบจำทู้กคนนะคะโดยการเพิ่มพื้นที่ความจำให้กับสมองของเราค่ะ..ลองนำไปใช้กันดูน้า
1. จิบน้ำบ่อย ๆ สมอง ประกอบด้วยน้ำ 85 % เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ ทำงานอยู่กับบ้าน
2. กินไขมันดี คน ไม่ค่อยรู้ว่าสมอง คือ ก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลัง จากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ การ ตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่า นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรม เราให้ไปสู่เป้าหมายนั้นทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริง กับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่าง จึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ ทุก ครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไป เรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่ง ใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงาน และเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึก เขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึกๆ สมอง ใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่สามารถหายใจเอา ออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%
2. กินไขมันดี คน ไม่ค่อยรู้ว่าสมอง คือ ก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลัง จากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ การ ตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่า นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรม เราให้ไปสู่เป้าหมายนั้นทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริง กับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่าง จึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ ทุก ครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไป เรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่ง ใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงาน และเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึก เขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึกๆ สมอง ใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่สามารถหายใจเอา ออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%
ขอขอบคุณ : ที่มา ladinaclub เขียนโดย yayeenui
Go Go tooo โรงเรียน T^T
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






