วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553
ดีพอหรือพอดี >>32 ธันวา<<

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ไปดูหนังกับเพื่อน..โหยยสนุกมากๆ เรื่องนี้เป็นหนังที่สนุกสุดๆเเพราะทั้งตลกและแฝงแง่คิดดีๆที่ทำเอาซึ้< นึ่งข้าวเหนียว> มากๆถ้ามีโอกาสอยากกลับไปดูอีกสักรอบ เห้อ อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะสอบแล้ว เครียดๆๆ แต่ชีวิตก๊เปงอย่างนี้ล่ะ สู้สู้ มีประโยคที่โดนใจแบบเยอะมากและมีนักแสดงตลกสบทบมากมาย
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันปีใหม่ของพวกเรา 4/2
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Merry คริสต์มาส

วันนี้เมื่อตอนเป็นเด็กๆจำได้ว่า ซานตาครอสจาเอาของขวัญมาให้ที่ปลายเตียงด้วยล่ะ..ตื่นเต้นๆแต่ที่ไหนได้ซานตาครอสที่เราเข้าใจทีแท้ก้อคืแคงแม่คุงแม่นี่เอง55+ ก้อใครจารักเราเท่ากับท่านไม่มีอีกแล้ว..รู้เช่นนี้แล้วต้องตั้งใจเรียนหนังสือล่ะ สู้สู้เพื่อนๆ เราจะยึดคติที่ว่า...<รัยหว่า>
การเรียนแม้เหนื่อยยาก ยอมลำบากอย่าท้อถอย
สุดทางที่รอคอย คืออนาคตอันงดงาม
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Chrismas ที่รอคอย

วันที่ 25 ธันวาคมเปงวันคริสต์มาสเรามารู้ประวัติของวันคริสต์มาสกันเร้ย
คริสต์มาสคือ การฉลองการบังเกิดของพระเยซูที่เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" คำว่า "Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี 1038 และคำนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ในภาษาไทย "คริสต์มาส" ก็มีความหมายเช่นกัน คำว่า "มาส" แปลว่า "เดือน"เทศกาลคริสต์มาสจึง เป็นเดือนที่เราระลึกถึงพระเยซูคริสต์เจ้าเป็นพิเศษ คำว่า"มาส" คือ"ดวงจันทร์" ตีความหมายในภาษาไทยคือพระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลกเหมือนดวงจันทร์ เป็นความสว่างในตอนกลางคืน Merry X'mas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า"สันติสุขและความสงบทางใจ" คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่นขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ ถือเอาประเพณีของชนในท้องถิ่นนั้น มาประยุกต์เข้ากับศาสนา โดยจัดให้มีการฉลองเพื่อระลึก ถึงการบังเกิดของพระเยซูที่เขายกย่องเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศประเพณี นี้ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษ ที่ 4 และ ค่อยๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป ประวัติ....ซานตาคลอสวันคริสต์มาสนี้เริ่มตั้งแต่คริสตวรรษที่4 มีนักบุญคนหนึ่งชื่อ "นิโคลาส " หรือ "เซนต์นิโคลาส" ท่านเป็นนักบุญ ตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเป็นเด็กหนุ่มก็ได้รับแต่งตั้งเป็นสังฆราชแห่งแคว้นไมรา ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกีท่านได้กลายเป็นนักบุญอุปถัมถ์ประจำชีวิตเด็ก เด็กในประเทศอังกฤษ จะเรียกคุณตาใจดีว่า "คุณพ่อแห่งวันคริสต์มาส" ( Father Christmas ) เด็กเยอรมันนีเรียกว่า "ญาติแห่งพระคริสต์ " ( Christ Child ) เด็กชาวดัชท์เรียกว่า "ซาน นิโคลาส" หรือ "Sankt Klous"ในที่สุดกลายเป็น "ซานตาคลอส" ติดปากเด็กๆทั่วโลก ในปี ค.ศ. 1866 นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน ชื่อ โธมัส แนส เป็นคนแรกที่วาดภาพของซานตาคลอสขึ้นมาลักษณะเหมือนที่เรา เห็นทุกวันนี้ ลงพิมพ์ในหนังสือ "Horpers Weekly"เป็นครั้งแรกใบหน้าของซานตาคลอสเป็นสีแดงอมชมพูเหมือนกลีบกุหลาบ จมูกแดงเหมือนผลเชอรี่สุก นัยน์ตาสุกใสเป็นประกาย หนวดเคราสีขาวท่าทางใจดี ถึงแม้ซานตาคลอสจะเป็นเพียงตำนานที่เกิดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสก็ตาม แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ที่รวมเอาวิญญาณและความหมายของคริสต์มาสไว้อย่างมากมาย คือความปิติยินดีชื่นชม ความโอบอ้อมอารี ความรัก และความเป็นกันเอง
วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
คำมีคม (จากพระมหาสมปอง)

วันนี้มีความสุขอยากแบ่งปันธรรมะดีๆให้กับเพื่อนๆลองอ่านกันดูน้า ดีมากๆเลย
1.ถ้าไม่มีใครยอมยื่นมือมาช่วยเหลือโยม จงอย่าลืมว่ายังเหลืออีกหนึ่ง ตรงปลายแขนโยมเอง ที่พร้อมช่วยเสมอ
2.ชีวิตเหมือนบันได ที่ยิ่งไต่สูงขึ้น ก็ยิ่งเห็นทิวทัศน์กว้างขึ้น
3.ชีวิตไม่ใช่คำถามที่มีคำตอบ แต่เป็นเหตุการณ์ที่มีประสบการณ์
4.อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ร่วมมิตรให้ระวังวาจา
5.ชื่อเสียงต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ แต่ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ที่จะทำให้มันกลายเป็นชื่อเสียได้
6 คำถามที่โง่ที่สุด คือคำถามที่ไม่ได้ถาม
7.อินา ทานัง ทุกขังโลเก การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก
8.จะก้าวกระโดดได้ไกลขึ้น โยมต้องถอยหลังก่อน
9.เลื่อนตัวเอง แต่อย่าลดคนอื่นลง
10.ฆ่าเวลา เป็นการฆ่าตกรรมโอกาสดีๆ
11.ความสามารถทำให้โยมไปถึงจุดสุดยอด แต่ความอ่อนน้อมทำให้โยมอยู่จุดนั้นได้นานที่สุด
12. ครูเป็นผู้ที่เปิดประตู แต่นักเรียนต้องเดินเข้าไปเอง
13.ความสุขเกิดกับตัวเองได้ หากทำให้เกิดกับผู้อื่นก่อน
1.ถ้าไม่มีใครยอมยื่นมือมาช่วยเหลือโยม จงอย่าลืมว่ายังเหลืออีกหนึ่ง ตรงปลายแขนโยมเอง ที่พร้อมช่วยเสมอ
2.ชีวิตเหมือนบันได ที่ยิ่งไต่สูงขึ้น ก็ยิ่งเห็นทิวทัศน์กว้างขึ้น
3.ชีวิตไม่ใช่คำถามที่มีคำตอบ แต่เป็นเหตุการณ์ที่มีประสบการณ์
4.อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ร่วมมิตรให้ระวังวาจา
5.ชื่อเสียงต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ แต่ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ที่จะทำให้มันกลายเป็นชื่อเสียได้
6 คำถามที่โง่ที่สุด คือคำถามที่ไม่ได้ถาม
7.อินา ทานัง ทุกขังโลเก การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก
8.จะก้าวกระโดดได้ไกลขึ้น โยมต้องถอยหลังก่อน
9.เลื่อนตัวเอง แต่อย่าลดคนอื่นลง
10.ฆ่าเวลา เป็นการฆ่าตกรรมโอกาสดีๆ
11.ความสามารถทำให้โยมไปถึงจุดสุดยอด แต่ความอ่อนน้อมทำให้โยมอยู่จุดนั้นได้นานที่สุด
12. ครูเป็นผู้ที่เปิดประตู แต่นักเรียนต้องเดินเข้าไปเอง
13.ความสุขเกิดกับตัวเองได้ หากทำให้เกิดกับผู้อื่นก่อน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

